เมื่อคิดจะซื้อกีตาร์มือสอง นอกจากราคาที่ย่อมเยากว่าของใหม่แล้ว สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบสภาพอย่างละเอียดเพื่อให้ได้เครื่องดนตรีที่คุ้มค่าและพร้อมใช้งาน การมองข้ามจุดเล็กๆ น้อยๆ อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ที่ต้องเสียเงินซ่อมแซมในภายหลังได้ คู่มือนี้จะแนะนำจุดสำคัญที่ควรตรวจสอบเป็นพิเศษเมื่อคุณกำลังจะตัดสินใจซื้อกีตาร์มือสอง
เช็คสภาพคอและฟิงเกอร์บอร์ด
คือกีตาร์ควรตรง ไม่บิดงอหรือโก่งงอผิดรูป สามารถมองตามแนวคอเพื่อตรวจสอบความตรงได้ สภาพของเฟรตต้องไม่สึกหรอจนทำให้เสียงบอดหรือไม่ชัดเจน และไม่มีปลายเฟรตที่ยื่นออกมาบาดมือ นอกจากนี้ ฟิงเกอร์บอร์ดไม่ควรมีรอยแตกหรือหลุดร่อน
ตรวจสอบบริดจ์ (Bridge) และแซดเดิ้ล (Saddle)
สำหรับกีตาร์โปร่ง บริดจ์ต้องติดแน่นกับลำตัวกีตาร์ ไม่มีการเผยอหรือหลุดร่อน ส่วนแซดเดิ้ลควรอยู่ในสภาพดี ไม่สึกหรอหรือแตกหัก สำหรับกีตาร์ไฟฟ้า การทำงานของบริดจ์ เช่น ลูกบิดปรับแต่ง (Tuners) และระบบคันโยก (ถ้ามี) ต้องยังใช้งานได้ปกติ
ระบบกลไกและลูกบิด (Tuning Machines)
ลูกบิดสำหรับตั้งสายควรหมุนได้อย่างราบรื่น ไม่ฝืดหรือหลวมจนเกินไป สามารถตั้งสายให้ตึงและคงระดับเสียงไว้ได้ดี ลองหมุนลูกบิดแต่ละตัวเพื่อทดสอบการทำงาน
สภาพลำตัวและส่วนประกอบภายนอก
พิจารณารอยแตก รอยบุบ หรือความเสียหายอื่นๆ บนลำตัวกีตาร์ ซึ่งอาจส่งผลต่อเสียงและความแข็งแรงโครงสร้าง สีหรือเคลือบผิวอาจมีรอยขีดข่วนจากการใช้งาน แต่ไม่ควรมีรอยแตกที่ลึกถึงเนื้อไม้ ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อต่างๆ เช่น คอต่อกับลำตัว ว่ายังคงแข็งแรง
ทดลองเสียงและระบบไฟฟ้า (สำหรับกีตาร์ไฟฟ้า)
เสียบสายและทดลองเล่นในตำแหน่งต่างๆ บนคอกีตาร์ ฟังเสียงว่ามีอาการบอดหรือ Buzzing (เสียงสายติดเฟรต) หรือไม่ ทดสอบปิ๊กอัพทุกตัวและสวิตช์เลือกปิ๊กอัพ ว่าทำงานปกติ ไม่มีเสียงรบกวน และลูกบิดวอลลุ่ม/โทนสามารถปรับได้อย่างราบรื่น
การซื้อกีตาร์มือสองเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าหากคุณใช้เวลาตรวจสอบอย่างละเอียดตามคำแนะนำข้างต้น การพาเพื่อนที่เล่นกีตาร์เป็นไปช่วยทดสอบด้วยก็เป็นความคิดที่ดี เพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้กีตาร์ที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับการใช้งาน
